ขนาดอักษร

ข้อมูลกฎหมาย/กฎ คำพิพากษา คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดในรูปแบบดิจิทัล
สำนักงานศาลปกครอง ขอแจ้งกำหนดนัดพิจารณาคดีที่น่าสนใจของศาลปกครอง ระหว่างวันที่ 13-17 กันยายน 2564

กำหนดนัดพิจารณาคดีที่น่าสนใจของศาลปกครอง ระหว่างวันที่ 13 - 17 กันยายน 2564

          สำนักงานศาลปกครองขอแจ้งกำหนดนัดพิจารณาคดีที่น่าสนใจของศาลปกครอง ระหว่างวันที่ 13 - 17 กันยายน 2564 ดังนี้ 
          1. วันที่ 15 กันยายน 2564 เวลา 09.50 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำ 990/2561 คดีหมายเลขแดงที่ 226/2562 ระหว่าง นายธีรยุทธ สุคนธวิท ที่ 1 กับพวกรวม 430 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ กรุงเทพมหานคร (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร
              (นายธีรยุทธ สุคนธวิท ผู้ฟ้องคดี ที่ 1 กับพวกรวม 430 คน ฟ้องว่า กรุงเทพมหานคร กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี กรณีผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการจัดทำลิฟท์และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกที่สถานีขนส่งรถไฟฟ้า จำนวน 23 สถานี และจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกบนรถไฟฟ้าสำหรับคนพิการ ไม่แล้วเสร็จครบถ้วนตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 650/2557 ทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นคนพิการต้องขาดประโยชน์ในการใช้บริการรถไฟฟ้าดังกล่าว)
              ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากศาลฯ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อ.650/2557 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 ให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดทำลิฟท์และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกที่สถานีรถไฟฟ้าทั้ง 23 สถานี ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 21 มกราคม 2559 โดยมีข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้จัดทำลิฟต์รับ - ส่งคนพิการ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการในสถานีขนส่งบางแห่งแล้ว อันเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้ละเลยต่อหน้าที่ในการปฏิบัติตามคำพิพากษา แต่เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีมิได้จัดทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 21 มกราคม 2559 จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายล่าช้าเกินสมควร จึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดีที่ต้องได้รับความช่วยเหลือในเรื่องเช่นว่านี้จากรัฐ และนับแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา ผู้ถูกฟ้องคดีได้ดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์สำหรับคนพิการเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษา แต่ระหว่างการดำเนินการผู้ถูกฟ้องคดีต้องประสบปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน ทำให้การก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์มีความล่าช้า จึงเป็นเหตุให้ก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์ได้เพียง 18 สถานี โดยผู้ถูกฟ้องคดีรายงานผลการดำเนินการพร้อมปัญหาอุปสรรคให้สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครองทราบเป็นระยะๆ 
              เมื่อเหตุดังกล่าวมิได้เกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ถูกฟ้องคดี จึงไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมายอันจะถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีดังกล่าว ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีดังกล่าว ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ผู้ฟ้องคดีจึงยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด
              ณ ห้องพิจารณาคดี 9 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

          2. วันที่ 15 กันยายน 2564 เวลา 10.30 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ ส. 21/2557 คดีหมายเลขแดงที่ ส. 23/2560 ระหว่าง นางอำพัน ซิมโมกย์ ที่ 1 กับพวกรวม 833 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ที่ 1 กับพวกรวม 7 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี)
              (นายอำพัน ซิมโมกย์ กับพวก รวม 833 คน ฟ้องคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กับพวกรวม 7 คน ว่า ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือขอให้ทบทวนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า บ้านเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ของบริษัท เค เอส มาร์เก็ตติ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7) เนื่องจากก่อให้เกิดขี้เถ้าหรือฝุ่นละอองที่เกิดจากกระบวนการผลิตของโรงงานเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย)
              ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า เมื่อพิจารณาการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 แล้ว จะเห็นได้ว่า โรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 เป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล ขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ กรณีจึงมิใช่โครงการหรือกิจกรรมที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง จึงไม่จำต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 
              และแม้จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า องค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว แจ้งว่า ได้ตรวจสอบแบบแปลนและเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นควรอนุญาตให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ดำเนินการก่อสร้างอาคารโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าชีวมวลตามแบบแปลนที่กำหนดได้ ตามหนังสือลงวันที่ 14 ตุลาคม 2553 ซึ่งรายละเอียดของอาคารที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ได้รับอนุญาตจะไม่ตรงกันก็ตาม แต่เมื่อพื้นที่ก่อสร้างอาคารโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ไม่ได้ถูกประกาศเป็นเขตควบคุมอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 จึงไม่อยู่ในบังคับให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กรณีย่อมถือได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ได้รับสิทธิในการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าก่อนที่จะมีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 จึงได้รับยกเว้นตามนัยมาตรา 27 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 ผู้ฟ้องคดี จึงยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด
              ณ ห้องพิจารณาคดี 8 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

          3. วันที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 14.00 น. ศาลปกครองกลางนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีหมายเลขดำที่ 3/2564 ระหว่าง บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) กับ  การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) 
              (ผู้ฟ้องคดี ฟ้องว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง มีคำสั่ง ลว. 29 ส.ค. 2562 อนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามหนังสือคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ กค (กนบ) 0405.2/ว 410 ลว. 24 ต.ค. 2560 ให้แก่บริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด เป็นการเฉพาะราย นอกจากนี้ การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง มีคำวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของบริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด ในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติและหนังสือรับรองผลงาน ฟังขึ้น และสั่งให้ รฟท. กลับไปดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณาผลการเสนอราคาของผู้ยื่นข้อเสนอให้ถูกต้องต่อไป ย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 3-1 งานโยธาสำหรับช่วงแก่งคอย - กลางดง และช่วงปางอโศก - บันไดม้า ได้รับความเสียหาย)
              ณ ห้องพิจารณาคดี 10 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานศาลปกครอง 10 กันยายน 2564

วันทีประกาศข่าว: 10 ก.ย. 2564

เอกสารประกอบ






ข่าวอื่นๆ ในหมวดประชาสัมพันธ์

ศาลปกครองอุดรธานี จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 11 ปี การเปิดทำการศาลปกครองอุดรธานี...
23 ก.ย. 2564 อ่านต่อ
ประกาศมูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครอง เรื่อง กำหนดการลงทะเบียนและเปิดอบรมหลักสูตรกฎหมายปกครองและวิธีพิจาร...
20 ก.ย. 2564 อ่านต่อ
ประกาศมูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครอง เรื่อง การสมัครเข้ารับการคัดเลือกในการอบรมหลักสูตรกฎหมายปกครองและวิ...
17 ก.ย. 2564 อ่านต่อ
สำนักงานศาลปกครองจัดสัมมนา เรื่อง การนำกระบวนการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทมาใช้ในคดีปกครอง ครั้งที่ 2 ผ่านระบบการประชุมออนไ...
9 ก.ย. 2564 อ่านต่อ
สำนักงานศาลปกครองนครศรีธรรมราช ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดโครงการเสริมสร้างหลักปฏิบัติราชการที่ดีจากคำวินิจฉัยของศาลป...
8 ก.ย. 2564 อ่านต่อ
ศาลปกครองขอนแก่น นั่งพิจารณาคดีครั้งแรก โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านโปรแกรม Cisco Webex Meetings...
8 ก.ย. 2564 อ่านต่อ