บทความวิชาการ อุทาหรณ์คดีปกครอง
เรื่อง เช่าที่นาอย่างไร ... ถูกต้องตามกฎหมายและเข้าเงื่อนไขมีสิทธิซื้อที่นา ?
ถาม มติของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัด (คชก. จังหวัด) ที่ให้ผู้เช่าที่ดินเพื่อทำนาจากเจ้าของที่ดินเดิมมีสิทธิซื้อที่ดินดังกล่าวคืนจากผู้รับโอน (ผู้ซื้อที่ดินต่อจากเจ้าของเดิม) ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?
ตอบ โดยที่มาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 กำหนดว่า ผู้ให้เช่านาจะขายนาได้ต่อเมื่อได้แจ้งให้ผู้เช่านาทราบ โดยทำเป็นหนังสือแสดงความจำนงจะขายนา พร้อมทั้งระบุราคาที่จะขายและวิธีการชำระเงินยื่นต่อประธาน คชก. ตําบล เพื่อแจ้งให้ผู้เช่านาทราบภายใน 15 วัน และถ้าผู้เช่านาแสดงความจำนงจะซื้อนาเป็นหนังสือยื่นต่อประธาน คชก. ตําบล ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ผู้ให้เช่านาต้องขายนาแปลงดังกล่าวให้ผู้เช่านาตามราคาและวิธีการชำระเงินที่ได้แจ้งไว้ อีกทั้งมาตรา 54 วรรคหนึ่ง ยังกำหนดว่า ถ้าผู้ให้เช่านาขายนาไปโดยมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 53 ไม่ว่านานั้นจะถูกโอนต่อไปยังผู้ใด ผู้เช่านามีสิทธิซื้อนาจากผู้รับโอนนั้นตามราคาและวิธีการชำระเงินที่ผู้รับโอนซื้อไว้หรือตามราคาตลาดในขณะนั้นแล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่ากัน แต่ทั้งนี้ผู้เช่านาจะต้องใช้สิทธิซื้อนาดังกล่าวภายในกำหนดเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ผู้เช่านารู้หรือควรจะรู้ หรือภายในกำหนดเวลา 3 ปี นับแต่ผู้ให้เช่านาโอนนานั้น
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้เช่าได้เข้าทำประโยชน์ โดยการทำนาในที่ดินของเจ้าของที่ดินเดิม ในลักษณะเป็นการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเพียงบางส่วน (มิได้ทำนาทั้งหมดหรือเป็นส่วนใหญ่) ที่ดินพิพาทจึงมิใช่ “นา” ตามความหมายที่ว่า “ที่ดินที่เช่าเพื่อทำนาทั้งหมดหรือเป็นส่วนใหญ่” และไม่อาจถือได้ว่าผู้เช่าเป็น “ผู้เช่านา” และเจ้าของที่ดินเดิมเป็น “ผู้ให้เช่านา” ตามมาตรา 53 ข้างต้น เมื่อไม่เข้านิยามดังกล่าว กรณีจึงไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เจ้าของที่ดินเดิม จึงไม่จำต้องแจ้งการขายที่ดินให้ผู้เช่าทราบก่อนตามที่กฎหมายกำหนดแต่อย่างใด
ดังนั้น การที่ คชก. จังหวัด มีมติให้ผู้เช่ามีสิทธิซื้อที่ดินคืนจากผู้รับโอน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อ่านเพิ่มเติม คลิก https://dg.th/8sgcr5vf7w
(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 916/2567)