ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุง Theme ขออภัยในความไม่สะดวก

ขนาดอักษร

การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของศาลปกครองชั้นต้น เมืองลียง การประเมินผลเบื้องต้นของการดำเนินการพิจารณาคดีโดยใช้ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเป็นหลัก
การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของศาลปกครองชั้นต้น เมืองลียง การประเมินผลเบื้องต้นของการดำเนินการพิจารณาคดีโดยใช้ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเป็นหลัก

          ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของศาลปกครองชั้นต้น เมืองลียง เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2554 ได้มีวาระเรื่องการพิจารณาคดีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยนาย Michel Mercier รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและเสรีภาพ นาย Jean-Louis Debré ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยนาย Jean-Marc Sauvé ประธานสภาแห่งรัฐ ผู้กล่าวว่า “สำหรับยุติธรรมทางปกครองแล้ว การพิจารณาคดีโดยใช้ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเป็นหลักได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างยิ่ง”
      “ไม่เพียงแต่การพิจารณาคดีโดยใช้ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเป็นหลักได้สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนจากวัฒนธรรมทางกฎหมายเป็นวัฒนธรรมทางรัฐธรรมนูญที่ไปไกลเกินกว่าแวดวงของนักกฎหมายแล้ว ยังเป็นกระบวนการที่เป็นเสมือนฐานพัฒนาของระบบการรับรองสิทธิพื้นฐานตามกฎหมายที่การใช้สิทธิยังคงเป็นส่วนสำคัญของกฎหมายยุโรป 2 กฎหมายหลักด้วยกัน คือ กฎหมายสหภาพยุโรปและกฎหมายว่าด้วยสนธิสัญญายุโรปด้านสิทธิมนุษยชน” ในการแสดงความเห็นต่อที่ประชุม ประธานสภาแห่งรัฐยังได้กล่าวย้ำว่า “การเปิดโอกาสให้มีการคัดค้านการใช้ข้อกฎหมายที่มีผลบังคับในปัจจุบันสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องข้อจำกัดของการพิจารณาความชอบของกฎหมายฝรั่งเศสกับกฎหมายสนธิสัญญาและสร้างความมีประสิทธิภาพแก่หลักการโดยรวมของรัฐธรรมนูญ การพิจารณาความชอบของกฎหมายฝรั่งเศสกับกฎหมายสนธิสัญญาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรับรองสิทธิพื้นฐาน ซึ่งเป็นการทำให้ตุลาการนำกฎหมายมาใช้มากกว่าจะยกเลิกกฎหมาย ในทางกลับกัน ถ้ามีการเห็นชอบให้ใช้แนวทางการพิจารณาคดีโดยใช้ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ศาลรัฐธรรมนูญก็จะต้องยกเลิกกฎหมาย สำหรับแนวทางการพิจารณาคดีปกครอง การใช้ทางเลือกดังกล่าวเป็น “การเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมที่ดีกว่า” และนำไปสู่แนวทางแก้ไขที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอันเป็นผลสืบเนื่องจากคำตัดสินที่มีผลแก่ทุกฝ่ายที่สัมพันธ์กับการยกเลิกดังกล่าว”
          ในส่วนที่เกี่ยวกับความมีประสิทธิภาพของกลไกที่ว่านี้ ประธานสภาแห่งรัฐได้ยืนยันว่า “ยุติธรรมทางปกครองได้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยความพร้อมและการจัดการอย่างเข้มงวด โดยสิ่งสำคัญอันดับแรกเป็นเรื่องของการให้ความรู้และข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมล่วงหน้าสำหรับการนำกลไกใหม่นี้มาใช้ นอกจากนี้ ทางเลือกเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการที่ใช้ในยุติธรรมทางปกครองทำให้การดำเนินงานคดีมีประสิทธิภาพภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ สถิติได้แสดงให้เห็นว่ามาตรการที่ใช้ล้วนตอบสนองอย่างเต็มที่ต่อวัตถุประสงค์ด้านความมีประสิทธิภาพและความรวดเร็วที่เป็นหัวใจสำคัญของการพิจารณาคดีโดยใช้ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเป็นหลัก กล่าวคือ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2554 สภาแห่งรัฐได้รับคดีมากกว่า 400 คดี ซึ่งจำนวนหนึ่งในสี่ถูกส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญและระยะเวลาการพิจารณาคดีที่สภาแห่งรัฐได้รับในวันเดียวกันนี้คือ 1 เดือน 16 วัน ถือเป็นกึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่กำหนดโดยผู้มีอำนาจตรากฎหมายรัฐธรรมนูญ”
 


เอกสารประกอบ