ขนาดอักษร

ข้อมูลกฎหมาย/กฎ คำพิพากษา คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดในรูปแบบดิจิทัล
คดีปลดอดีตปลัดกรุงเทพมหานครออกจากราชการ กรณีการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย

คดีปลดอดีตปลัดกรุงเทพมหานครออกจากราชการ กรณีการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 5313/2551 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2551 ที่ให้ลงโทษปลดคุณหญิงณัษฐนนท ทวีสิน (ผู้ฟ้องคดี) ออกจากราชการ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี โดยให้มีผลย้อนหลังนับแต่วันที่มีคำสั่งและคำวินิจฉัยดังกล่าว ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก 

 เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีหนังสือแจ้งมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้กรุงเทพมหานคร ทราบว่า ในกรณีของผู้ฟ้องคดีนั้น เป็นกรณีที่มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ซึ่ง อ.ก.ก. สามัญในการประชุม ครั้งที่ 6/2551 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 ได้มีมติให้ปลดผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 5313/2551 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2551 ลงโทษปลดผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2549 ซึ่งเป็นวันสิ้นปีงบประมาณที่ผู้ฟ้องคดีได้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเป็นต้นไป อันเป็นการลงโทษผู้ฟ้องคดีในความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง โดยมิได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยขึ้นทำการสอบสวนทางวินัย ตามมาตรา 102 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหนังสือแจ้งให้กรุงเทพมหานครลงโทษผู้ฟ้องคดี อันมิใช่ในความผิดทางวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่ หนังสือฉบับดังกล่าวของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงเป็นเพียงการชี้มูลความผิดทางวินัยนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรุงเทพมหานครจึงไม่อาจถือเอารายงานเอกสารและความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นสำนวนการสอบสวนทางวินัยของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยได้

 เมื่อมิได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ตามนัยมาตรา 102 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 การที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกคำสั่งกรุงเทพมหานครลงโทษปลดผู้ฟ้องคดีออกจากราชการในความผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 84 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ดังกล่าว จึงเป็นการกระทำโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้น คำสั่งลงโทษทางวินัยแก่ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน

รายละเอียดคำวินิจฉัยโปรดอ่านจากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดฉบับเต็มที่แนบมาพร้อมนี้ 

วันทีประกาศข่าว: 23 ก.พ. 2564

เอกสารประกอบ






ข่าวอื่นๆ ในหมวดประชาสัมพันธ์

มูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครอง ร่วมกับสำนักงานศาลปกครองจัดอบรมหลักสูตร หลักกฎหมายปกครองและวิธีพิจารณาคดี...
8 มี.ค. 2564 อ่านต่อ
มูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครอง ร่วมกับสำนักงานศาลปกครอง จัดอบรมหลักสูตรกฎหมายปกครอง กฎหมายปกครองเกี่ยวกั...
8 มี.ค. 2564 อ่านต่อ
ศาลปกครองยะลา ให้การต้อนรับคณะครูและนักเรียนระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนธรรมมูลนิธิวิทยา จังหวัดยะลา ในการเยี่ยมชมและศึกษาดู...
24 ก.พ. 2564 อ่านต่อ
พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2563 หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...
22 ก.พ. 2564 อ่านต่อ
อธิบดีศาลปกครองสงขลา เป็นประธานในการเปิดโครงการเสริมสร้างหลักปฏิบัติราชการที่ดีจากคำวินิจฉัยของศาลปกครองให้แก่หน่วยงานทา...
20 ก.พ. 2564 อ่านต่อ
อธิบดีศาลปกครองภูเก็ต ร่วมพิธีเปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาค ๘ แห่งใหม่...
19 ก.พ. 2564 อ่านต่อ