ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุง Theme ขออภัยในความไม่สะดวก

ขนาดอักษร

ศาลสูงสุดอินเดีย (Supreme Court of India)Subhash Kumar v. State of Bihar (AIR 1991 SC 420)
ศาลสูงสุดอินเดีย (Supreme Court of India)Subhash Kumar v. State of Bihar (AIR 1991 SC 420)
ศาลสูงสุดอินเดีย (Supreme Court of India)Subhash Kumar v. State of Bihar (AIR 1991 SC 420)

 

  

ศาลสูงสุดอินเดีย (Supreme Court of India) 
Subhash Kumar v. State of Bihar (AIR 1991 SC 420)1

สรุปข้อเท็จจริง

         ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องตามมาตรา 322 ของรัฐธรรมนูญแห่งอินเดีย อันเป็นการฟ้องคดีเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยอ้างว่ามีการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิในชีวิต (right to life) ที่รับรองไว้ในมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ เนื่องมาจากมีการก่อมลภาวะต่อแม่น้ำโบคาโร (Bokaro river) โดยบริษัททาทาไอรอน แอนด์สตีล จำกัด ซึ่งปล่อยขยะของเหลวเสลอรี่ (slurry: สิ่งเจือน้ำที่มีลักษณะข้น)4 ลงสู่แม่น้ำเป็นเหตุให้ไม่สามารถนำน้ำนั้นมาใช้ดื่มกินและใช้ทางการเกษตรได้ มีผลกระทบโดยตรงต่อสุขอนามัยของประชาชนในวงกว้าง ผู้ร้องอ้างว่ารัฐพิหาร(Bihar)และคณะกรรมการควบคุมมลพิษแห่งรัฐพิหารล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการป้องกันและแก้ไขมลภาวะดังกล่าว ผู้ร้องจึงขอให้ศาลมีคำบังคับให้ผู้ถูกร้องบังคับใช้กฎหมายการป้องกันและควบคุมมลพิษทางน้ำ ค.ศ. 1974 (Water (Prevention and Control of Pollution) Act 1974) อย่างจริงจัง ทั้งขอให้ศาลกำหนดมาตรการชั่วคราวโดยให้ผู้ร้องเป็นผู้ทำการเก็บกู้ขยะเสลอรี่ (slurry) ที่ปล่อยมาจากบริษัทดังกล่าว


         ผู้ถูกร้องโต้แย้งว่าบริษัทดังกล่าวและคณะกรรมการควบคุมมลพิษของรัฐพิหารได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพแล้วในการป้องกันมลภาวะทางน้ำ และ ผู้ร้องนำคดีมาร้องต่อศาลด้วยมีมูลเหตุจูงใจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหาใช่เพื่อประโยชน์สาธารณะไม่

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1 แปลสรุปความโดยนายสุชาติ วงศ์สินนาค พนักงานคดีปกครองปฏิบัติการ กลุ่มสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด คำพิพากษาฉบับภาษาอังกฤษดาวน์โหลดได้ที่http://judis.nic.in/supremecourt/chejudis.asp

2 มาตรา 32 สิทธิที่จะได้รับการเยียวยาแก้ไขตามรัฐธรรมนูญ (Right to Constitutional Remedies);                                                                            (1) ด้วยกระบวนวิธีพิจารณาที่เหมาะสม สิทธิที่จะขอให้ศาลสูงสุดบังคับการให้สิทธิทั้งหลายที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้เกิดผลบังคับใช้ ย่อมได้รับการคุ้มครอง (The right to move the Supreme Court by appropriate proceedings for the enforcement of the rights conferred by this Part is guaranteed) …

3มาตรา 21 ชีวิตหรืออิสรภาพส่วนบุคคลย่อมไม่อาจถูกลิดรอนได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด (No person shall be deprived of his life or personal liberty except according to procedure established by law)

4 คำศัพท์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมhttp://www.deqp.go.th/info/db6_vocab_group.php?page=57&textfield_vocab=&select_type= (ค้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2553).

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

             

คำพิพากษาของศาลสูงสุดอินเดีย
                     ศาลสูงสุดอินเดียได้ให้ข้อสังเกตว่ามาตรา 32 ของรัฐธรรมนูญแห่งอินเดีย เป็นบทบัญญัติเพื่อให้มีการบังคับใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน (fundamental rights) ที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญ ศาลยังชี้ให้เห็นว่า สิทธิในชีวิตที่บัญญัติไว้ในมาตรา 21 นั้น หมายความรวมถึงสิทธิที่จะมีน้ำและอากาศที่ปราศจากมลพิษเพื่อการมีชีวิตที่ดี (right to enjoyment of pollution free water and air for the full enjoyment of life) ดังตอนหนึ่งในคำวินิจฉัยของศาล ความว่า

            “สิทธิที่จะดำรงชีวิตอยู่ (right to livelihood) เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามนัยมาตรา 21 ของรัฐธรรมนูญและสิทธิดังกล่าวหมายความรวมถึงสิทธิที่จะใช้ชีวิตโดยปราศจากมลภาวะทั้งทางน้ำและอากาศ ถ้าสิ่งใดก็ตามคุกคามหรือมีผลกระทบต่อคุณภาพของชีวิตในทางที่เป็นการปลดเปลื้องบทบังคับของกฎหมาย (derogation of laws) ประชาชนก็ย่อมมีสิทธิตามมาตรา 32 ของรัฐธรรมนูญที่จะขอให้ศาลสูงสุดมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแก้ไขเยียวยากรณีที่มีมลภาวะทางน้ำหรืออากาศที่เป็นอันตรายต่อคุณภาพชีวิตนั้นได้ การมีคำร้องตามมาตรา 32 เพื่อป้องกันการเกิดมลภาวะเป็นพิษเช่นว่านั้นสามารถทำได้โดยบุคคลที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายเอง หรือ แม้แต่โดยกลุ่มของพวกที่ทำงานเพื่อสังคม (social workers) หรือ โดยนักสื่อสารมวลชน”                                          

            ฉะนั้น หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นภัยคุกคามต่อคุณภาพของการดำรงชีวิต (quality of life) ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายเช่นนั้นหรือผู้ที่มีประโยชน์ได้เสียอย่างแท้จริงในการปกป้องสังคมก็อาจใช้สิทธิฟ้องคดีตามมาตรา 32 แห่งรัฐธรรมนูญได้ ทั้งนี้ การฟ้องคดีเพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นการกำหนดขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อยืนยันหรือเพื่อบังคับใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของกลุ่มบุคคลหรือชุมชนซึ่งไม่อาจบังคับใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของพวกเขาได้ด้วยตัวเอง อันเนื่องมาจากความไม่สามารถ (incapacity) ความยากจนหรือความไม่รู้กฎหมายของพวกเขา ด้วยเหตุนี้ศาลสูงสุดอินเดียจึงยอมรับให้กลุ่มของพวกที่ทำงานเพื่อสังคม หรือ โดยนักสื่อสารมวลชนมีสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องต่อศาลเพื่อให้สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญได้เกิดผลบังคับใช้ได้อย่างแท้จริง

           อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสุดวินิจฉัยว่าการฟ้องคดีเพื่อประโยชน์สาธารณะต้องเป็นการฟ้องคดีโดยบุคคลที่มีความใส่ใจอย่างแท้จริงในการที่จะปกป้องสังคมในฐานะที่เป็นตัวแทนของชุมชนนั้นๆ การฟ้องคดีเพื่อประโยชน์สาธารณะจึงไม่อาจนำมาใช้เพื่อตอบสนองความโกรธแค้นขุ่นเคืองส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผลประโยชน์ส่วนตัว (personal interest) จึงไม่อาจยกขึ้นอ้างเพื่อประโยชน์ในการฟ้องคดีตามมาตรา 32 ของรัฐธรรมนูญได้

       

            ในคดีนี้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องได้ดำเนินการซื้อขยะเสลอรี่ (slurry) จากบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อมลภาวะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยผู้ร้องมีความต้องการขยะของเหลวเหล่านั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี แต่บริษัทดังกล่าวปฏิเสธที่จะขายขยะของเหลวเสลอรี่ตามคำขอซื้อของผู้ร้อง กระทั่งผู้ร้องได้ลักลอบขนขยะของเหลวเสลอรี่ของบริษัทดังกล่าว โดยพละการ บริษัทจึงได้ฟ้องผู้ร้องเป็นคดีอาญาในศาล ทั้งยังปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าผู้ร้อง มีความโกรธแค้นและใช้หลายวิธีการเพื่อโต้ตอบบริษัทพิพาท รวมถึงการนำคดีมาฟ้องต่อศาลภายใต้มาตรา 32 ของรัฐธรรมนูญโดยอ้างว่าเป็นการฟ้องคดีเพื่อประโยชน์สาธารณะ ศาลจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา 

 





ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ : 15 ส.ค. 2556, 10:31 น. | กลับขึ้นด้านบน |