ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุง Theme ขออภัยในความไม่สะดวก

ขนาดอักษร

การฟ้องคดีแบบกลุ่มว่าด้วยเรื่องสิทธิตามจารีตประเพณีของชนพื้นเมือง เพื่อคุ้มครองพื้นที่ป่าดิบชื้นในมาเลเซีย
การฟ้องคดีแบบกลุ่มว่าด้วยเรื่องสิทธิตามจารีตประเพณีของชนพื้นเมือง เพื่อคุ้มครองพื้นที่ป่าดิบชื้นในมาเลเซีย
การฟ้องคดีแบบกลุ่มว่าด้วยเรื่องสิทธิตามจารีตประเพณีของชนพื้นเมือง เพื่อคุ้มครองพื้นที่ป่าดิบชื้นในมาเลเซีย

 สาระสำคัญ : ชุมชนพื้นเมืองในมาเลเซีย (Penan community of Ba Jawi) โดยการสนับสนุนและช่วยเหลือขององค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน Bruno Manser Fund ได้ยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มต่อบริษัทตัดลากไม้ซุง Samling และรัฐบาลแห่งรัฐ Sarawak ประเทศมาเลเซีย ที่วางแผนจะตัดไม้ในป่าดิบชื้นจำนวนเกือบหนึ่งแสนไร่ เพื่อคุ้มครองพื้นที่ป่าดิบชื้นไม่ให้ถูกทำลาย โดยกล่าวหาว่าบริษัทได้รับใบอนุญาตโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ คดีดังกล่าวนับเป็นคดีความว่าด้วยเรื่องสิทธิตามจารีตประเพณีของชนพื้นเมือง

  

รายละเอียดของเรื่อง : องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน Bruno Manser Fund (BMF) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ ดำเนินงานด้านสิทธิของชนพื้นเมือง รายงานว่า Lija Agan ผู้ใหญ่บ้านของ Penan community of Ba Jawi (ชุมชนพื้นเมือง Penan หรือคนป่าที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำ Baram ตอนบนแถบ Ba Jawi ซึ่งอยู่ใกล้ พรมแดน Sarawak และ Kalimantan) ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มผู้ฟ้องคดีและผู้ฟ้องคดีอีก 3 ราย ได้ยื่นฟ้องคดี แบบกลุ่มต่อบริษัทตัดลากไม้ซุง Samling และรัฐบาลแห่งรัฐ Sarawak ประเทศมาเลเซีย ที่วางแผนจะตัดไม้ ในป่าดิบชื้นจำนวน 15,000 เฮกตาร์ (เท่ากับ 93,750 ไร่) เพื่อคุ้มครองพื้นที่ป่าดิบชื้น “ที่มีคุณค่าสูง ต่อการอนุรักษ์” ไม่ให้ถูกทำลาย

            ในคำฟ้องระบุว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ Samling มีเจตนาจะตัดไม้ซุง แต่สัมปทานที่บริษัทได้รับ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยรัฐบาลแห่งรัฐ Sarawak เป็นผู้ออกใบอนุญาตที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เหมาะสม และขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะตามหลักแล้วคนป่า (forest people) เป็นผู้ใช้สัมปทาน ดังนั้น ใบอนุญาต ดังกล่าวจึงใช้ไม่ได้และเป็นโมฆะ และเห็นควรให้เพิกถอนใบอนุญาต ทั้งนี้ บรรพบุรุษของผู้ฟ้องคดีได้ใช้ พื้นที่ป่า Ba Jawi และบริเวณใกล้เคียงโดยรอบตามสิทธิตามจารีตประเพณีของชนพื้นเมืองมาเป็นเวลา ประมาณ 200 ปีแล้ว จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการคุ้มครองพื้นที่ดังกล่าวจากการตัดไม้ซุง

            คดีดังกล่าวนับเป็นคดีความว่าด้วยเรื่องสิทธิตามจารีตประเพณีของชนพื้นเมืองคดีที่ 5 ที่ชุมชนพื้นเมือง Penan ได้ยื่นฟ้องต่อศาลนับตั้งแต่ พ.ศ. 2541 ศาลมาเลเซียมีคำพิพากษาให้ฝ่ายชนพื้นเมือง ชนะในหลายคดีก่อนหน้านี้ แต่รัฐบาลแห่งรัฐ Sarawak เพิกเฉยต่อคำพิพากษาส่วนใหญ่ สำหรับคดีนี้ องค์กร BMF จะเข้ามาช่วยเหลือ และสำนักกฎหมายที่มีชื่อเสียงจะทำหน้าที่แทนผู้ฟ้องคดี
            องค์กร BMF กล่าวว่า พื้นที่พิพาทอยู่ในบริเวณ Penan Peace Park ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ชนพื้นเมืองประกาศห้ามเข้าไปทำการตัดไม้ซุงเมื่อ พ.ศ. 2552 ซึ่งรัฐบาล Sarawak ระบุว่าการประกาศ ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย 
            ด้านบริษัท Samling ได้ถูกกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมวิจารณ์มาเป็นเวลานานแล้ว เรื่องการตัดไม้ซุงและกรณีความขัดแย้งกับชุมชนคนป่า อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ Abdul Taib Mahmud ผู้ว่าการรัฐ Sarawak ซึ่งเข้าสู่ตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2524 และมีฐานะมั่งคั่งแม้ว่า จะรับเงินเดือนข้าราชการ การสืบสวนได้โยงไปถึงทรัพย์สินที่ครอบครัว Taib ครอบครองในสหรัฐฯ และ แคนาดามูลค่าหลายสิบล้านเหรียญสหรัฐ
 
            เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 รัฐบาลมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน ได้ร่วมลงนาม ในปฏิญญาไตรภาคีที่ชื่อว่า “Heart of Borneo Declaration” ซึ่งให้คำมั่นว่าจะคุ้มครองป่าดิบชื้น ของเกาะบอร์เนียวตอนกลาง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการปฏิบัติตามปฏิญญาดังกล่าว และเมื่อเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2552 Len Talif Salleh ผู้อำนวยการป่าไม้ของรัฐ Sarawak ยังได้กล่าวประนาม โครงการ Penan Peace Park ว่าผิดกฎหมาย ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐ Sarawak เสื่อมเสีย
The Heart of Borneo Declaration
 
ที่มา : http://www.gms-eoc.org/index.php/component/attachments/download/250.html
แปลสรุปและเรียบเรียงโดย นางสาววิภัสรินทร์ ประพันธสิริ เจ้าหน้าที่ศาลปกครองชำนาญการ พิเศษ ศูนย์สนับสนุนวิชาการคดีปกครอง สำนักวิจัยและวิชาการ สำนักงานศาลปกครอง 
       ข้อมูลจาก http://news. mongabay.com/2010/1222-sarawak_ ba_jawi.html http://penanpeacepark.org/campaign_update?show =17 (ประเภท : สิ่งแวดล้อม)
 


เอกสารประกอบ