ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุง Theme ขออภัยในความไม่สะดวก

ขนาดอักษร

[ศาลปกครอง]เหลียวหลัง...แลหน้า สิ่งแวดล้อมรอบสัปดาห์
เหลียวหลัง...แลหน้า สิ่งแวดล้อมรอบสัปดาห์

เหลียวหลัง...แลหน้า สิ่งแวดล้อมรอบสัปดาห์

ต้นเมเปิ้ล 
ผู้ช่วยบรรณาธิการ 

                      สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม เป็นสัปดาห์ที่มีข่าวคราวคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหลากหลายคดีให้ได้ติดตามกัน  เริ่มจากคดีฟ้องขอให้เพิกถอนการทำเหมืองแร่ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย โดยสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบุฮม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เดินทางมายื่นคำฟ้องที่ศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการเหมืองแร่ของบริษัทต่างๆ ที่ได้สัมปทาน และขอให้ศาลเพิกถอนใบอนุญาตหรือประทานบัตรของบริษัทต่างๆ ในพื้นที่ตำบลบุฮม รวมทั้งสั่งให้ระงับการดำเนินกิจกรรมใดๆ สำหรับโครงการเหมืองแร่ทั้งหมด ในพื้นที่นั้น และยังขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งการอนุมัติหรืออนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในท้องที่อำเภอเชียงคานและอำเภอปากชม ไม่ให้เป็นพื้นที่เหมืองแร่ใดๆเลย เนื่องเพราะชาวบ้านเห็นว่าการทำเหมืองแร่ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตของชาวบ้าน ทั้งในเรื่องของฝุ่นละออง เสียงรบกวน และการทำเหมืองแร่ ทำให้น้ำในลำห้วยไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคเหมือนก่อน อีกทั้งพื้นที่ที่มีการทำเหมืองแร่ยังเป็นพื้นที่ที่ถูกประกาศให้เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติอีกด้วย เรื่องนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น เพราะเพิ่งมีการยื่นฟ้องคดีไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่าจะลงเอยอย่างไร 
                      นอกจากเรื่องของการทำเหมืองแร่แล้ว คดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในสัปดาห์นี้ ยังมีเรื่องของ การประมงด้วย เรื่องนี้เป็นกรณีที่ชาวประมงผู้ประกอบอาชีพประมงด้วยวิธีอวนล้อม ในจังหวัดสมุทรสาคร ได้ยื่นฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2556  เรื่อง ห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดในการจับสัตว์น้ำในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรีในช่วงวันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม เป็นเวลา 3 ปี ทำให้ชาวบ้านที่ทำอาชีพประมงจะไม่มีรายได้ในช่วง 2 เดือนดังกล่าว จึงได้มาขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศดังกล่าวออกไปเป็นการชั่วคราวก่อน ซึ่งเรื่องนี้ศาลปกครองได้มีคำสั่งไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 ว่าไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องเกินกว่าระยะเวลา 90 วัน ภายหลังมีประกาศ และคำฟ้องไม่ได้มีลักษณะเป็นการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อประโยชน์ส่วนรวม จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะรับไว้พิจารณาได้ เรื่องนี้นับเป็นบทเรียนให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะใช้สิทธิยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองด้วยว่า จะต้องศึกษาเงื่อนไขในการฟ้องคดีอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อน จะได้ไม่พลาดโอกาสในการฟ้องคดี เพราะแม้การฟ้องคดีต่อศาลปกครองจะไม่ยุ่งยาก และไม่มีขั้นตอนซับซ้อนให้ต้องปฏิบัติ แต่ก็ยังมีเงื่อนไขบางเรื่องที่ต้องระมัดระวัง เพื่อประโยชน์ของผู้ฟ้องคดีเอง
                      อีกคดีที่น่าสนใจไม่แพ้กันในสัปดาห์นี้ แม้ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่นัก แต่ก็ชวนติดตาม เพราะอาจจะมีผลกระทบกับเราๆท่านๆ ที่ดูโทรทัศน์กันอยู่ทุกวัน นั่นก็คือเรื่องที่บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการกิจการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนประกาศหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้เป็นบริการทั่วไป หรือ "มัสต์แครี่" และเพิกถอนมติที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 เนื่องจากเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่เข้าใจ ก็คงไม่แปลกอะไร เพราะทีวีดิจิตอล ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับทุกคน แค่ทุกวันนี้จะจำว่าช่องไหน อยู่เลขอะไร ก็ยังสับสนกันไปมา บางบ้านถึงกับต้องจดแปะข้างฝาไว้เลยทีเดียว แต่สำหรับเรื่องที่ช่อง 3 ยื่นฟ้อง กสทช. นั้น สรุปง่ายๆ ก็คือว่า ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา ถ้าต้องการจะดูช่อง 3 (ในระบบอนาล็อกเดิม) จะต้องดูผ่านเสาหนวดกุ้ง ก้างปลา และทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลทีวี ที่ไม่มีการเก็บค่าบริการรายเดือนเท่านั้น จะดูผ่านทีวีแบบเสียสตางค์ เช่น ทรูวิชั่นส์ ซีทีเอช หรือเคเบิลท้องถิ่น ไม่ได้ ซึ่งเป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์ของ กสทช. และถ้าช่อง 3 อยากออกอากาศรายการเดิมทางช่องที่ว่ามานี้ ก็จะต้องยื่นขอใบอนุญาต และหากได้ออกอากาศจะมีโฆษณาได้ไม่เกิน 6 นาที ต่อ ชั่วโมง (ปัจจุบันช่อง 3 มีโฆษณา 12 นาที ต่อ ชั่วโมง) กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ช่อง 3 เห็นว่า ทำให้ตนเองสูญเสียฐานลูกค้าจำนวนมาก จึงตัดสินใจยื่นฟ้อง กสทช. เพื่อขอให้เพิกถอนประกาศดังกล่าว ซึ่งศาลปกครองเพิ่งนัดไต่สวนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา และนัดให้ทั้งสองฝ่ายยื่นเอกสารเพิ่มเติมในวันที่ 6 มิถุนายน 2557 นี้ ส่วนเรื่องราวจะลงเอยอย่างไรนั้นคงจะต้องติดตามกันต่อไป  ในระหว่างนี้ เราก็ใช้เวลาจดจำช่องดิจิตอลใหม่ๆ ไปพลางก่อน
                      นอกจากคดีชวนติดตามที่กล่าวมาแล้ว ในรอบสัปดาห์นี้สำนักงานศาลปกครองยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกหนึ่งกิจกรรม นั่นคือ “พิธีมอบรางวัลการประกวดภาพยนตร์สั้นศาลปกครอง” ในวันที่ 5 มิถุนายน 2557 เวลา 9.30 – 12.00 น. ณ ห้องสัมมนา 2 ชั้นบี 1 ในงานจะมีการจัดฉายภาพยนตร์สั้นที่ได้รับรางวัลจำนวน 6 เรื่อง จาก 10 เรื่อง ให้ชมกันด้วย ท่านที่สนใจเชิญรับบัตรได้ที่หน้างานตามวันและเวลาที่กำหนด
                      และขอปิดท้ายบท บก. ฉบับนี้ ด้วยคำขวัญวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2557 “Raise your voice, not the sea level”






ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ : 20 พ.ย. 2558, 11:49 น. | กลับขึ้นด้านบน |