ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุง Theme ขออภัยในความไม่สะดวก

ขนาดอักษร

ค่าธรรมเนียมศาล
ค่าธรรมเนียมศาล

เริ่มวันที่ 11 พฤษภาคม 2551

 

ทุนทรัพย์

อัตราค่าธรรมเนียมศาล

1. การฟ้องคดีขอให้ส่งให้ใช้เงินหรือส่งมอบทรัพย์สินอันสืบเนื่องจากคดีตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) หรือ (4) ไม่เกิน 50 ล้านบาท ร้อยละ 2 ไม่เกิน 200,000 บาท
ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป ร้อยละ 0.1
2. กรณียื่นคำร้องขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดหรือคำร้องขอเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในประเทศ ไม่เกิน 50 ล้านบาท ร้อยละ 0.5 ไม่เกิน 50,000 บาท
ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป ร้อยละ 0.1
3. กรณียื่นคำร้องขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดหรือคำร้องขอเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ไม่เกิน 50 ล้านบาท ร้อยละ 1 ไม่เกิน 100,000 บาท
ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป ร้อยละ 0.1

  ทั้งนี้ หากค่าธรรมเนียมศาลดังกล่าวรวมแล้วมีเศษไม่ถึงหนึ่งบาทให้ปัดทิ้ง

1. วิธีชำระค่าธรรมเนียมศาล
กรณียื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง (คดีฟ้องใหม่ คดีฟ้องแย้ง คดีรับโอนและคดีชั้นอุทธรณ์) ชำระเป็น

1. เงินสด
2. เช็คที่ธนาคารสั่งจ่าย ได้แก่
   2.1 ตั๋วแลกเงินธนาคาร
   2.2 ดราฟต์
   2.3 แคชเชียร์เช็ค (ใช้เฉพาะธนาคารในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากแคชเชียร์เช็คของธนาคารในเขตต่างจังหวัด เมื่อนำมาเข้าบัญชีที่กรุงเทพฯจะมีค่าธรรมเนียมในการเรียกเก็บเงินตามเช็ค ทำให้จำนวนเงินที่ศาลรับชำระไม่ตรงตามเช็ค จึงส่งผลให้ผู้ฟ้องคดีชำระค่าธรรมเนียมศาลไม่ครบถ้วน)
ทั้งนี้ ให้ธนาคารสั่งจ่ายเงินชื่อบัญชี
"เงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับของสำนักงานศาลปกครองกลาง"

กรณียื่นฟ้องตรงต่อศาลปกครองสูงสุด (คดี ฟ.)
ชำระเป็น
1. เงินสด
2. เช็คที่ธนาคารสั่งจ่าย ได้แก่
   2.1 ตั๋วแลกเงินธนาคาร
   2.2 ดราฟต์
   2.3 แคชเชียร์เช็ค (ใช้เฉพาะธนาคารในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากแคชเชียร์เช็คของธนาคารในเขตต่างจังหวัด เมื่อนำมาเข้าบัญชีที่กรุงเทพฯ จะมีค่าธรรมเนียมในการเรียกเก็บเงินตามเช็ค ทำให้จำนวนเงินที่ศาลรับชำระไม่ตรงตามเช็ค จึงส่งผลให้ผู้ฟ้องคดีชำระค่าธรรมเนียมศาลไม่ครบถ้วน)
ทั้งนี้ ให้ธนาคารสั่งจ่ายเงินชื่อบัญชี
"เงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับของสำนักงานศาลปกครองสูงสุด"


2. วิธีชำระเงินวางชำระตามคำพิพากษา / เงินบังคับคดี
กรณีเป็นคดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง
ชำระเป็น
1. เงินสด
2. เช็คที่ธนาคารสั่งจ่าย ได้แก่
   2.1 ตั๋วแลกเงินธนาคาร 
   2.2 ดราฟต์
   2.3 แคชเชียร์เช็ค (ใช้เฉพาะธนาคารในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากแคชเชียร์เช็คของธนาคารในเขตต่างจังหวัด เมื่อนำมาเข้าบัญชีที่กรุงเทพฯจะมีค่าธรรมเนียมในการเรียกเก็บเงินตามเช็ค ทำให้จำนวนเงินที่ศาลรับชำระไม่ตรงตามเช็ค จึงส่งผลให้ผู้ฟ้องคดีชำระค่าธรรมเนียมศาลไม่ครบถ้วน)
ทั้งนี้ ให้ธนาคารสั่งจ่ายเงินชื่อบัญชี "เงินกลางของสำนักงานศาลปกครองกลาง"

กรณีเป็นคดีที่ยื่นฟ้องตรงต่อศาลปกครองสูงสุด (คดี ฟ.)
ชำระเป็น
1. เงินสด
2. เช็คที่ธนาคารสั่งจ่าย ได้แก่
   2.1 ตั๋วแลกเงินธนาคาร
   2.2 ดราฟต์
   2.3 แคชเชียร์เช็ค (ใช้เฉพาะธนาคารในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากแคชเชียร์เช็คของธนาคารในเขตต่างจังหวัด เมื่อนำมาเข้าบัญชีที่กรุงเทพฯจะมีค่าธรรมเนียมในการเรียกเก็บเงินตามเช็ค ทำให้จำนวนเงินที่ศาลรับชำระไม่ตรงตามเช็ค จึงส่งผลให้ผู้ฟ้องคดีชำระค่าธรรมเนียมศาลไม่ครบถ้วน)
ทั้งนี้ ให้ธนาคารสั่งจ่ายเงินชื่อบัญชี "เงินกลางของสำนักงานศาลปกครองสูงสุด" 

หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่กลุ่มบริหารเงินค่าธรรมเนียมและเงินกลาง สำนักบริหารการเงินและต้นทุน
โทรศัพท์ 02-141-0276-7 , 02-141-0193 

หมายเหตุ
1. คดีที่ยื่นฟ้องก่อนวันที่ 11 พ.ค. 2551 แต่ยังไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียมศาลให้คิดค่าธรรมเนียมศาลในอัตราเดิมแม้จะชำระค่าธรรมเนียมศาล
หลังวันที่ 11 พ.ค. 2551 ก็ตาม 
2. ค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ ให้ใช้อัตราเดียวกับค่าธรรมเนียมศาลชั้นต้น

 

3. การขอคืนค่าธรรมเนียมศาลและขอรับเงินวางชำระตามคำพิพากษา
ยื่นคำร้องตามแบบฟอร์มของศาลพร้อมแนบหลักฐาน (เอกสารแนบ) และรอเจ้าหน้าที่การเงินติดต่อกลับ
หมายเหตุ
คู่กรณีสามารถยื่นคำร้องขอคืนค่าธรรมเนียม และขอรับเงินวางชำระตามคำพิพากษาคืนได้ เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว

 

 





ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ : 7 มี.ค. 2559, 09:47 น. | กลับขึ้นด้านบน |